แนวทางการจัดทำรายงานผลการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ครบ 5 องค์ประกอบ ตามเกณฑ์ อพ.สธ. พร้อมตัวอย่างและขั้นตอนปฏิบัติ ดาวน์โหลดที่นี่
แนวทางการจัดทำรายงานผลการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ครบ 5 องค์ประกอบ ตามเกณฑ์ อพ.สธ. พร้อมตัวอย่างและขั้นตอนปฏิบัติ ดาวน์โหลดที่นี่

เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง คู่มือการใช้ AI 2569 สําหรับครู นักเรียน โรงเรียน และผู้ปกครองในประเทศไทย (สพฐ.)
คู่มือประกวดระเบียบแถวลูกเสือ 2569 ฉบับสมบูรณ์ ดาวน์โหลดที่นี่
แนวทางการจัดทำรายงานผลการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 2569 ฉบับครูผู้ปฏิบัติจริง
งานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญที่สถานศึกษาทั่วประเทศดำเนินการสนองพระราชดำริ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภายใต้โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (อพ.สธ.) โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 นี้ สิ่งที่ครูผู้รับผิดชอบหลายท่านกังวลมากที่สุดคือ “จะจัดทำรายงานผลการดำเนินงานอย่างไรให้ครบถ้วนและถูกต้องตามเกณฑ์” บทความนี้จึงรวบรวม แนวทางการจัดทำรายงานผลการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 2569 ไว้อย่างเป็นระบบ เพื่อให้คุณครูนำไปใช้ได้ทันที
ความเป็นมาของงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนกับพระราชดำริ
สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริเกี่ยวกับการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชว่า การสอนและอบรมให้เด็กมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์พืชพรรณนั้น ควรใช้วิธีการปลูกฝังให้เด็กเห็นความงดงาม ความน่าสนใจ และเกิดความปิติที่จะศึกษาและอนุรักษ์พืชพรรณต่อไป โครงการ อพ.สธ. จึงจัดตั้งงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนขึ้น เพื่อให้โรงเรียนเป็นแหล่งรวบรวมตัวอย่างพรรณไม้ ข้อมูลพรรณไม้ และการเก็บรักษาเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา สถานศึกษาที่ดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนจำเป็นต้องจัดทำรายงานผลการดำเนินงานเป็นประจำทุกปี เพื่อรายงานต่อ อพ.สธ. และหน่วยงานต้นสังกัด ซึ่งในปี 2569 นี้ยังคงใช้กรอบมาตรฐาน 5 องค์ประกอบเป็นแกนหลักของรายงาน
ครูที่ต้องจัดทำเอกสารรายงานต่าง ๆ ของโรงเรียน อาจสนใจศึกษาเพิ่มเติมเรื่อง วิจัยในชั้นเรียน ตัวอย่างกว่า 250 เรื่อง เพื่อนำเทคนิคการเขียนรายงานเชิงวิชาการไปประยุกต์ใช้กับรายงานสวนพฤกษศาสตร์ได้
5 องค์ประกอบหลักที่ต้องปรากฏในรายงานผลการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 2569
การจัดทำรายงานผลการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนต้องครอบคลุม 5 องค์ประกอบตามที่ อพ.สธ. กำหนด ดังนี้
องค์ประกอบที่ 1 การจัดทำป้ายชื่อพรรณไม้ มีหลักการสำคัญคือ “รู้ชื่อ รู้ลักษณ์ รู้จัก” ครอบคลุมตั้งแต่การกำหนดขอบเขตพื้นที่ศึกษา สำรวจพรรณไม้ ทำและติดป้ายรหัสประจำต้น บันทึกภาพพรรณไม้หรือวาดภาพทางพฤกษศาสตร์ ตั้งชื่อหรือสอบถามข้อมูลพรรณไม้ ทำป้ายชื่อพรรณไม้ชั่วคราว ทำผังแสดงตำแหน่งพรรณไม้ ศึกษาลักษณะทางพฤกษศาสตร์ (แบบ ก.7-003) ทำตัวอย่างพรรณไม้แห้ง/ดอง/เฉพาะส่วน จัดระบบข้อมูลทะเบียนพรรณไม้ (แบบ ก.7-005) ตรวจสอบความถูกต้องทางวิชาการ และจัดทำป้ายชื่อพรรณไม้สมบูรณ์
องค์ประกอบที่ 2 การรวบรวมพรรณไม้เข้าปลูกในโรงเรียน มีหลักการคือ “คลุกคลี เห็นคุณ สุนทรีย์” เน้นการจัดสรรพื้นที่ปลูกพรรณไม้อย่างเป็นระบบ มีแผนผังการปลูก และบันทึกข้อมูลการเจริญเติบโต
องค์ประกอบที่ 3 การศึกษาข้อมูลด้านต่าง ๆ ครอบคลุมการศึกษาข้อมูลพื้นบ้าน ข้อมูลทางพฤกษศาสตร์ ข้อมูลการใช้ประโยชน์ ตลอดจนข้อมูลด้านสรีรวิทยาและนิเวศวิทยาของพืช
องค์ประกอบที่ 4 การรายงานผลการเรียนรู้ คือการนำข้อมูลที่ศึกษาได้มาจัดทำเป็นรายงานอย่างเป็นระบบ โดยรายงานจะต้องมีโครงสร้างที่ชัดเจน ประกอบด้วยส่วนนำ ส่วนเนื้อหา และส่วนสรุป
องค์ประกอบที่ 5 การนำไปใช้ประโยชน์ทางการศึกษา ได้แก่ การบูรณาการกับการจัดการเรียนรู้ในกลุ่มสาระต่าง ๆ การเผยแพร่องค์ความรู้ และการใช้สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ สำหรับครูที่ต้องการเชื่อมโยงกับ แผนพัฒนาตนเองรายบุคคล (ID Plan) สามารถระบุการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์เป็นส่วนหนึ่งของแผนพัฒนาวิชาชีพได้
โครงสร้างรายงานผลการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนที่ อพ.สธ. แนะนำ
แนวทางการจัดทำรายงานผลการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 2569 ตามคู่มือการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน พุทธศักราช 2560 ฉบับสมบูรณ์ ระบุว่ารายงานควรมีโครงสร้าง 3 ส่วนหลัก ดังนี้
ส่วนที่ 1 ส่วนประกอบตอนต้น ประกอบด้วย ปก คำนำ สารบัญ สารบัญตาราง สารบัญภาพประกอบ
ส่วนที่ 2 ส่วนประกอบตอนกลาง ประกอบด้วย บทที่ 1 บทนำ, บทที่ 2 เอกสารและรายงานการศึกษาที่เกี่ยวข้อง, บทที่ 3 วิธีดำเนินการศึกษา, บทที่ 4 ผลการศึกษา และ บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ
ส่วนที่ 3 ส่วนประกอบตอนท้าย ประกอบด้วย บรรณานุกรม ภาคผนวก และอภิธานศัพท์
โครงสร้างนี้คล้ายคลึงกับรูปแบบการเขียนรายงานวิจัย ครูที่คุ้นเคยกับการทำ วิจัยหน้าเดียว จะสามารถประยุกต์ทักษะการเขียนรายงานเข้ากับงานสวนพฤกษศาสตร์ได้
ตารางเปรียบเทียบเอกสารที่ต้องจัดเตรียมแยกตามองค์ประกอบ
| องค์ประกอบ | เอกสาร/หลักฐานสำคัญ | แบบฟอร์มหลัก |
|---|---|---|
| 1. การจัดทำป้ายชื่อพรรณไม้ | ผังแสดงตำแหน่งพรรณไม้, ภาพถ่ายป้ายชื่อ, ตัวอย่างพรรณไม้แห้ง/ดอง | ก.7-003, ก.7-005 |
| 2. การรวบรวมพรรณไม้ | แผนผังการปลูก, บันทึกการเจริญเติบโต, ทะเบียนพรรณไม้ | บันทึกการรวบรวม |
| 3. การศึกษาข้อมูลด้านต่าง ๆ | รายงานข้อมูลพื้นบ้าน, ข้อมูลทางพฤกษศาสตร์, ข้อมูลการใช้ประโยชน์ | แบบบันทึกข้อมูล |
| 4. การรายงานผลการเรียนรู้ | รายงานฉบับสมบูรณ์ 5 บท, สรุปผลการศึกษา | รูปแบบรายงาน อพ.สธ. |
| 5. การนำไปใช้ประโยชน์ | แผนการจัดการเรียนรู้บูรณาการ, สื่อมัลติมีเดีย, หลักฐานการเผยแพร่ | Script มัลติมีเดีย |
ขั้นตอนปฏิบัติจริงสำหรับครูผู้รับผิดชอบ
สำหรับครูที่เริ่มจัดทำ แนวทางการจัดทำรายงานผลการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 2569 ขอแนะนำลำดับการทำงานดังนี้
ขั้นตอนแรกคือ การทบทวนคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนให้เป็นปัจจุบัน ซึ่งต้องครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ด้านการบริหารและการจัดการ ด้านการดำเนินงาน ด้านผลการดำเนินงาน และด้านความร่วมมือของสถานศึกษากับชุมชน ขั้นตอนนี้สอดคล้องกับการจัดทำ รายงานประเมินตนเองของสถานศึกษา (SAR) ที่โรงเรียนต้องจัดทำเป็นประจำอยู่แล้ว
ขั้นตอนที่สองคือ การรวบรวมข้อมูลและหลักฐานตาม 5 องค์ประกอบที่กล่าวมาข้างต้น โดยเฉพาะแบบฟอร์ม ก.7-003 (บันทึกข้อมูลพรรณไม้) และ ก.7-005 (ทะเบียนพรรณไม้) ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ อพ.สธ.
ขั้นตอนที่สามคือ การจัดทำสื่อมัลติมีเดียประกอบรายงาน ตามรูปแบบ Script ที่ อพ.สธ. กำหนด ซึ่งปัจจุบัน อพ.สธ. ได้เผยแพร่แนวทางการจัดทำสื่อมัลติมีเดียและรูปแบบ Script ไว้ในเว็บไซต์อย่างเป็นทางการแล้ว
ขั้นตอนที่สี่คือ การเขียนรายงานตามโครงสร้าง 3 ส่วนที่กล่าวมา โดยต้องสอดแทรกภาพถ่ายกิจกรรม แผนผัง และตารางข้อมูลเพื่อความสมบูรณ์
เกณฑ์การประเมินที่โรงเรียนต้องรู้ในปี 2569
แนวทางการจัดทำรายงานผลการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 2569 จะต้องสอดคล้องกับเกณฑ์การประเมินของ อพ.สธ. ที่มีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง โดยเกณฑ์ประเมินหลักยังคงแบ่งเป็น 3 ด้านใหญ่ ได้แก่ ด้านที่ 1 การบริหารและการจัดการ (รวมถึงการมีส่วนร่วมของสถานศึกษาและชุมชน และคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ), ด้านที่ 2 การดำเนินงานตาม 5 องค์ประกอบ และด้านที่ 3 ผลการดำเนินงาน ซึ่งพิจารณาจากสภาพแวดล้อมทั่วไปของโรงเรียนที่สะอาด เป็นระเบียบ ร่มรื่น น่าอยู่
ในปี 2569 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ยังคงกำหนดให้สถานศึกษาที่เป็นสมาชิกสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนต้องส่งรายงานผลการสำรวจและจัดทำฐานทรัพยากรท้องถิ่นให้ อพ.สธ. ทราบ ปีการศึกษาละ 1 ครั้ง ตามปฏิทินที่ อพ.สธ. กำหนด ครูผู้รับผิดชอบสามารถตรวจสอบกำหนดการได้จากปฏิทินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 2569 และปฏิทินการประชุมสมาชิกสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 2569 ที่ อพ.สธ. เผยแพร่
นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนดนโยบายและจุดเน้นประจำปีงบประมาณ 2568-2569 ที่เน้นการพัฒนาผู้เรียนให้มีสมรรถนะสำคัญ ซึ่งงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนสามารถตอบโจทย์นโยบายนี้ได้โดยตรง
การเชื่อมโยงรายงานสวนพฤกษศาสตร์กับงานประกันคุณภาพและ วPA
จุดแข็งอย่างหนึ่งของรายงานผลการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนคือ สามารถนำไปเชื่อมโยงกับงานประกันคุณภาพการศึกษาได้ โดยเฉพาะในส่วนขององค์ประกอบที่ 5 (การนำไปใช้ประโยชน์ทางการศึกษา) ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานในด้านการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ครูที่จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้บูรณาการงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน สามารถนำผลงานไปประกอบการเลื่อนวิทยฐานะตามเกณฑ์ วPA ได้ด้วย โดยเฉพาะการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Learning ที่ใช้สวนพฤกษศาสตร์เป็นฐาน ครูที่ต้องการศึกษาเพิ่มเติมเรื่อง จรรยาบรรณวิชาชีพครู 5 ด้าน 9 ข้อ จะพบว่าการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ในโรงเรียนเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติตนตามมาตรฐานวิชาชีพ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการจัดทำรายงาน
จากประสบการณ์ของหลายโรงเรียนที่ดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์ พบปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยในการจัดทำรายงาน ได้แก่ การจัดทำทะเบียนพรรณไม้ (ก.7-005) ไม่ครบถ้วน ป้ายชื่อพรรณไม้สมบูรณ์ไม่ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องทางวิชาการ ขาดแผนผังแสดงตำแหน่งพรรณไม้ที่เป็นปัจจุบัน ไม่มีหลักฐานการบูรณาการกับแผนการจัดการเรียนรู้ในรายวิชาต่าง ๆ และขาดหลักฐานการมีส่วนร่วมของชุมชน
การหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดเหล่านี้ต้องอาศัยการวางแผนล่วงหน้าตั้งแต่ต้นปีการศึกษา ครูผู้รับผิดชอบควรจัดทำปฏิทินปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับปฏิทินของ อพ.สธ. และตรวจสอบเอกสารให้ครบก่อนกำหนดส่ง ผู้สนใจศึกษาเรื่องการพัฒนาคุณภาพการศึกษาเพิ่มเติม สามารถอ่านข้อมูลเกี่ยวกับ ระบบ NT Access 2569 ที่เชื่อมโยงกับการประเมินคุณภาพผู้เรียนระดับชาติได้
แหล่งดาวน์โหลดเอกสารและแบบฟอร์มสำคัญ
ครูผู้รับผิดชอบสามารถดาวน์โหลดเอกสารสำคัญสำหรับ แนวทางการจัดทำรายงานผลการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 2569 ได้จากแหล่งต่อไปนี้ ได้แก่ เว็บไซต์ อพ.สธ. ส่วนงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ซึ่งมีทั้งคู่มือการดำเนินงานฉบับสมบูรณ์ พ.ศ. 2560 แบบประเมินผลการดำเนินงาน แนวทางการจัดทำรายงานสำหรับสมาชิก รูปแบบ Script สื่อมัลติมีเดีย และเอกสารประกอบการฝึกอบรม นอกจากนี้ยังสามารถติดตามข่าวสารจาก ศธจ. ที่จัดประชุมขับเคลื่อนโครงการ งานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ประจำปีงบประมาณ 2569 ในแต่ละจังหวัดได้
สำหรับครูที่ต้องการเครื่องมือช่วยในการจัดทำเอกสารด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง สามารถศึกษา วิจัยในชั้นเรียน ปฐมวัย รวมถึง แนวข้อสอบครูผู้ช่วย 2568 ซึ่งมีเนื้อหาครอบคลุมความรู้เรื่องการประกันคุณภาพการศึกษาที่เกี่ยวข้อง
สรุปแนวทางการจัดทำรายงานผลการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 2569
แนวทางการจัดทำรายงานผลการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 2569 ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด หากครูผู้รับผิดชอบเข้าใจหลักการ 5 องค์ประกอบ จัดเตรียมเอกสารและหลักฐานอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นปี และยึดตามโครงสร้างรายงานที่ อพ.สธ. กำหนดไว้ สิ่งสำคัญคือต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอดปีการศึกษา ไม่ใช่รอจัดทำเฉพาะตอนใกล้กำหนดส่ง และอย่าลืมตรวจสอบปฏิทินของ อพ.สธ. เป็นประจำ เพื่อไม่ให้พลาดกำหนดการประเมินและการประชุมสำคัญ
สำหรับครูที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับงานด้านอื่น ๆ ของครู สามารถติดตามได้ที่ ผลสอบ NT 2569 และ ผลสอบ RT 2569 ซึ่งเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในภาพรวม
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. รายงานผลการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 2569 ต้องส่งเมื่อไหร่? ตามปฏิทินของ อพ.สธ. ประจำปี 2569 สถานศึกษาต้องส่งรายงานผลการสำรวจและจัดทำฐานทรัพยากรท้องถิ่นให้ อพ.สธ. ทราบ ปีการศึกษาละ 1 ครั้ง โดยกำหนดการที่แน่นอนให้ตรวจสอบจากปฏิทินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 2569 ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ อพ.สธ.
2. แบบฟอร์ม ก.7-003 และ ก.7-005 ดาวน์โหลดได้ที่ไหน? สามารถดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ อพ.สธ. ส่วนงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ในหัวข้อ “เอกสารประกอบการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน” หรือสอบถามจากศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ในพื้นที่
3. โรงเรียนที่เพิ่งสมัครสมาชิกสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนต้องทำรายงานเหมือนโรงเรียนที่ดำเนินการมานานหรือไม่? โรงเรียนสมาชิกใหม่จะเริ่มจากการดำเนินงานตามลำดับการเรียนรู้ใน 5 องค์ประกอบตามระดับความพร้อม โดยไม่จำเป็นต้องดำเนินการครบทุกลำดับการเรียนรู้ในปีแรก แต่ต้องจัดทำรายงานตามขอบเขตที่ดำเนินการจริง
4. การจัดทำรายงานสวนพฤกษศาสตร์สามารถนำไปใช้ประกอบการเลื่อนวิทยฐานะ วPA ได้หรือไม่? ได้ หากครูจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้บูรณาการงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียนตาม 5 องค์ประกอบและ 3 สาระการเรียนรู้ (ธรรมชาติแห่งชีวิต สรรพสิ่งล้วนพันเกี่ยว ประโยชน์แท้แก่มหาชน) สามารถนำผลงานไปประกอบการขอเลื่อนวิทยฐานะผ่านระบบ DPA ได้
5. หากโรงเรียนไม่ส่งรายงานผลการดำเนินงานตามกำหนด จะมีผลอย่างไร? การไม่ส่งรายงานตามกำหนดอาจส่งผลต่อสถานะการเป็นสมาชิกสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน และอาจไม่ได้รับการพิจารณาเพื่อรับป้ายสนองพระราชดำริในการเป็นสมาชิกงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ครูผู้รับผิดชอบจึงควรวางแผนจัดทำรายงานล่วงหน้าและตรวจสอบกำหนดการกับ ศธจ. ในพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ

ลิงก์ดาวน์โหลดแนวทางการจัดทำรายงานผลการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน คลิกที่นี่
ลิงก์สำรองดาวน์โหลดแนวทางการจัดทำรายงานผลการดำเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน คลิกที่นี่



