จรรยาบรรณวิชาชีพครู ครบ 5 ด้าน 9 ข้อ ตามข้อบังคับคุรุสภา พร้อมมาตรฐานวิชาชีพครู และแนวทางปฏิบัติที่ครูทุกคนต้องรู้
จรรยาบรรณวิชาชีพครู ครบ 5 ด้าน 9 ข้อ ตามข้อบังคับคุรุสภา พร้อมมาตรฐานวิชาชีพครู และแนวทางปฏิบัติที่ครูทุกคนต้องรู้

จรรยาบรรณวิชาชีพครู ครบ 5 หมวด 9 ข้อ ที่ครูทุกคนต้องรู้
การเป็นครูไม่ได้มีเพียงหน้าที่ถ่ายทอดความรู้เท่านั้น แต่ยังต้องยึดมั่นในหลักการที่เรียกว่า จรรยาบรรณวิชาชีพครู ครบ 5 หมวด 9 ข้อ ซึ่งเป็นมาตรฐานการประพฤติตนที่คุรุสภากำหนดขึ้นให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาทุกคนต้องถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด หากมีการละเมิดจะมีบทลงโทษตามมา ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นครูใหม่ ครูผู้ช่วย หรือผู้ที่กำลังเตรียมตัวสอบใบประกอบวิชาชีพครู การทำความเข้าใจ จรรยาบรรณวิชาชีพครู ครบ 5 หมวด 9 ข้อ อย่างถ่องแท้จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง
ที่มาของจรรยาบรรณวิชาชีพครู
จรรยาบรรณวิชาชีพครู ครบ 5 หมวด 9 ข้อ มีที่มาจากข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2556 ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 โดยมีผลบังคับใช้ภายหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2556 และยังคงเป็นฉบับที่ใช้อ้างอิงในปัจจุบัน มีสาระสำคัญกำหนดจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาทั้งต่อตนเอง ผู้รับบริการ ผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ และสังคม เพื่อรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณ ชื่อเสียง และฐานะของวิชาชีพครูให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธา
จรรยาบรรณวิชาชีพครู ครบ 5 หมวด 9 ข้อ มีอะไรบ้าง
จรรยาบรรณวิชาชีพครู ครบ 5 หมวด 9 ข้อ แบ่งเป็นหมวดตามกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
| หมวด | จำนวนข้อ | สาระสำคัญ |
|---|---|---|
| 1. จรรยาบรรณต่อตนเอง | ข้อ 1 | มีวินัยในตนเอง พัฒนาตนเองด้านวิชาชีพ บุคลิกภาพ และวิสัยทัศน์ให้ทันสมัยอยู่เสมอ |
| 2. จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ | ข้อ 2 | รัก ศรัทธา ซื่อสัตย์สุจริต รับผิดชอบต่อวิชาชีพ และเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กรวิชาชีพ |
| 3. จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ | ข้อ 3–7 | รัก เมตตา เอาใจใส่ศิษย์ ส่งเสริมการเรียนรู้ ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี ให้บริการด้วยความเสมอภาค |
| 4. จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ | ข้อ 8 | ช่วยเหลือเกื้อกูลกันอย่างสร้างสรรค์ ยึดมั่นในระบบคุณธรรม สร้างความสามัคคีในหมู่คณะ |
| 5. จรรยาบรรณต่อสังคม | ข้อ 9 | เป็นผู้นำในการอนุรักษ์และพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม |
หมวด 1 จรรยาบรรณต่อตนเอง (1 ข้อ)
ข้อ 1 ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องมีวินัยในตนเอง พัฒนาตนเองด้านวิชาชีพ บุคลิกภาพ และวิสัยทัศน์ ให้ทันต่อการพัฒนาทางวิทยาการ เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอยู่เสมอ ครูจึงควรใช้แผนพัฒนาตนเองเป็นเครื่องมือกำกับทิศทางการเติบโตในวิชาชีพ เช่นเดียวกับที่กล่าวถึงใน id plan แผนพัฒนาตนเองรายบุคคล
หมวด 2 จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ (1 ข้อ)
ข้อ 2 ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องรัก ศรัทธา ซื่อสัตย์สุจริต รับผิดชอบต่อวิชาชีพ และเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กรวิชาชีพ หมวดนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับการรักษาสถานะผู้มีใบประกอบวิชาชีพครู ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาตามกฎหมาย
หมวด 3 จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ (5 ข้อ)
หมวดนี้มีจำนวนข้อมากที่สุดในจรรยาบรรณวิชาชีพครู ครบ 5 หมวด 9 ข้อ ประกอบด้วย
- ข้อ 3 ต้องรัก เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือ ส่งเสริม ให้กำลังใจแก่ศิษย์และผู้รับบริการตามบทบาทหน้าที่โดยเสมอหน้า
- ข้อ 4 ต้องส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ ทักษะ และนิสัยที่ถูกต้องดีงามแก่ศิษย์ตามบทบาทหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ
- ข้อ 5 ต้องประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี ทั้งทางกาย วาจา และจิตใจ
- ข้อ 6 ต้องไม่กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และสังคมของศิษย์
- ข้อ 7 ต้องให้บริการด้วยความจริงใจและเสมอภาค โดยไม่เรียกรับหรือยอมรับผลประโยชน์จากการใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ
หมวดนี้สอดคล้องกับการปฏิบัติงานตามข้อตกลงพัฒนางานที่ปรากฏในแบบประเมินผลการพัฒนางานตามข้อตกลง PA ซึ่งใช้ประเมินการปฏิบัติหน้าที่ต่อศิษย์และผู้รับบริการอย่างเป็นรูปธรรม
หมวด 4 จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ (1 ข้อ)
ข้อ 8 ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาพึงช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันอย่างสร้างสรรค์ โดยยึดมั่นในระบบคุณธรรม สร้างความสามัคคีในหมู่คณะ หมวดนี้สำคัญต่อการทำงานร่วมกันในโรงเรียน เช่น การจัดทำเอกสารร่วมกันอย่างงานธุรการประจำชั้นเรียน ที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างครูในสถานศึกษา
หมวด 5 จรรยาบรรณต่อสังคม (1 ข้อ)
ข้อ 9 ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาพึงประพฤติปฏิบัติตนเป็นผู้นำในการอนุรักษ์และพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา สิ่งแวดล้อม รักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม และยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ความเชื่อมโยงระหว่างจรรยาบรรณวิชาชีพครูกับมาตรฐานวิชาชีพครู
จรรยาบรรณวิชาชีพครู ครบ 5 หมวด 9 ข้อ ถือเป็นส่วนหนึ่งของ “มาตรฐานการปฏิบัติตน” ซึ่งเป็น 1 ใน 3 องค์ประกอบของมาตรฐานวิชาชีพครูตามข้อบังคับคุรุสภา ควบคู่ไปกับมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ และมาตรฐานการปฏิบัติงาน ผู้ที่จะขอรับหรือต่อใบประกอบวิชาชีพครู จำเป็นต้องยึดถือปฏิบัติตามจรรยาบรรณวิชาชีพครูทั้ง 9 ข้อนี้อย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ผู้ที่กำลังเตรียมตัวสอบเข้ารับราชการครูควรศึกษาแนวข้อสอบครูผู้ช่วย ที่มักมีเนื้อหาเรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพครูปรากฏอยู่ในหลายภาควิชาการ
การนำจรรยาบรรณวิชาชีพครูไปใช้ในการปฏิบัติงานจริง
ในทางปฏิบัติ ครูสามารถใช้จรรยาบรรณวิชาชีพครู ครบ 5 หมวด 9 ข้อ เป็นกรอบในการประเมินตนเองผ่านการรายงานผลการปฏิบัติงาน เช่นแบบรายงานผลการปฏิบัติงานตามข้อตกลง PA หรือรายงานผลการปฏิบัติงานครู ซึ่งใช้ประกอบการพิจารณาความก้าวหน้าในวิชาชีพ นอกจากนี้ในกรณีที่ครูต้องการย้ายสถานศึกษา การประพฤติตนตามจรรยาบรรณก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ถูกพิจารณา ดังที่ปรากฏในตัวอย่างเล่มย้ายครู ที่กำหนดให้แนบประวัติการปฏิบัติงานและความประพฤติประกอบการพิจารณา
สรุป
จรรยาบรรณวิชาชีพครู ครบ 5 หมวด 9 ข้อ คือหัวใจของความเป็นครูมืออาชีพ ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาตนเอง ความรักในวิชาชีพ การดูแลศิษย์และผู้รับบริการ การอยู่ร่วมกับเพื่อนร่วมวิชาชีพ ไปจนถึงบทบาทต่อสังคมโดยรวม การทำความเข้าใจและนำจรรยาบรรณวิชาชีพครูไปปรับใช้ในชีวิตการทำงานจริง จะช่วยเสริมสร้างเกียรติและศักดิ์ศรีของวิชาชีพครูให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาของสังคมอย่างยั่งยืน สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากบทความจรรยาบรรณวิชาชีพครู 5 ด้าน 9 ข้อ ที่ครูทุกคนต้องรู้ และข้อสอบใบประกอบวิชาชีพครู 2568 พร้อมเฉลย เพื่อเตรียมความพร้อมสอบใบประกอบวิชาชีพครู
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. จรรยาบรรณวิชาชีพครู ครบ 5 หมวด 9 ข้อ มีที่มาจากอะไร มาจากข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2556 ซึ่งออกตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2556
2. จรรยาบรรณวิชาชีพครูแบ่งออกเป็นกี่หมวด อะไรบ้าง แบ่งเป็น 5 หมวด ได้แก่ จรรยาบรรณต่อตนเอง จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ และจรรยาบรรณต่อสังคม รวมทั้งสิ้น 9 ข้อ
3. หมวดใดในจรรยาบรรณวิชาชีพครูมีจำนวนข้อมากที่สุด หมวดจรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ มีจำนวนมากที่สุดคือ 5 ข้อ (ข้อ 3 ถึงข้อ 7) เนื่องจากเกี่ยวข้องโดยตรงกับการปฏิบัติต่อศิษย์และผู้รับบริการทางการศึกษา
4. หากผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาละเมิดจรรยาบรรณวิชาชีพครูจะเป็นอย่างไร จะมีการพิจารณาโทษตามข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ ซึ่งอาจส่งผลถึงใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู
5. จรรยาบรรณวิชาชีพครูเกี่ยวข้องกับมาตรฐานวิชาชีพครูอย่างไร จรรยาบรรณวิชาชีพครูเป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐานการปฏิบัติตน ซึ่งเป็นหนึ่งในสามองค์ประกอบของมาตรฐานวิชาชีพครูตามข้อบังคับคุรุสภา ควบคู่กับมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ และมาตรฐานการปฏิบัติงาน
แหล่งอ้างอิง
- หอสมุดคุรุสภา – กฎหมายเกี่ยวกับวิชาชีพทางการศึกษา
- คุรุสภา – กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2556 (ฉบับเต็ม)
- กระทรวงศึกษาธิการ – พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546

ศึกษาข้อบังคับคุรุสภา ว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2556 https://www.ksp.or.th/…/3.3.4%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8…
ศึกษาข้อมูลกฎหมายที่เกี่ยวกับคุรุสภาได้ที่ https://www.ksp.or.th/ksp2018/2018/11/1811/
แจ้งเรื่องร้องเรียนได้ที่ https://www.ksp.or.th/ksp2018/complaint/
ขอบคุณข้อมูลจาก คุรุสภา: สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา
เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับจรรยาบรรณวิชาชีพครู ครบ 5 ด้าน 9 ข้อ ตามข้อบังคับคุรุสภา พร้อมมาตรฐานวิชาชีพครู และแนวทางปฏิบัติที่ครูทุกคนต้องรู้ หวังว่าจะมีประโยชน์กับทุกท่านะคะ

จรรยาบรรณวิชาชีพครู ครบ 5 หมวด 9 ข้อ ที่ครูทุกคนต้องรู้
การเป็นครูไม่ได้มีเพียงหน้าที่ถ่ายทอดความรู้เท่านั้น แต่ยังต้องยึดมั่นในหลักการที่เรียกว่า จรรยาบรรณวิชาชีพครู ครบ 5 หมวด 9 ข้อ ซึ่งเป็นมาตรฐานการประพฤติตนที่คุรุสภากำหนดขึ้นให้ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาทุกคนต้องถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด หากมีการละเมิดจะมีบทลงโทษตามมา ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นครูใหม่ ครูผู้ช่วย หรือผู้ที่กำลังเตรียมตัวสอบใบประกอบวิชาชีพครู การทำความเข้าใจ จรรยาบรรณวิชาชีพครู ครบ 5 หมวด 9 ข้อ อย่างถ่องแท้จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง
ที่มาของจรรยาบรรณวิชาชีพครู
จรรยาบรรณวิชาชีพครู ครบ 5 หมวด 9 ข้อ มีที่มาจากข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2556 ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 โดยมีผลบังคับใช้ภายหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2556 และยังคงเป็นฉบับที่ใช้อ้างอิงในปัจจุบัน มีสาระสำคัญกำหนดจรรยาบรรณของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาทั้งต่อตนเอง ผู้รับบริการ ผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ และสังคม เพื่อรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณ ชื่อเสียง และฐานะของวิชาชีพครูให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธา
จรรยาบรรณวิชาชีพครู ครบ 5 หมวด 9 ข้อ มีอะไรบ้าง
จรรยาบรรณวิชาชีพครู ครบ 5 หมวด 9 ข้อ แบ่งเป็นหมวดตามกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
| หมวด | จำนวนข้อ | สาระสำคัญ |
|---|---|---|
| 1. จรรยาบรรณต่อตนเอง | ข้อ 1 | มีวินัยในตนเอง พัฒนาตนเองด้านวิชาชีพ บุคลิกภาพ และวิสัยทัศน์ให้ทันสมัยอยู่เสมอ |
| 2. จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ | ข้อ 2 | รัก ศรัทธา ซื่อสัตย์สุจริต รับผิดชอบต่อวิชาชีพ และเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กรวิชาชีพ |
| 3. จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ | ข้อ 3–7 | รัก เมตตา เอาใจใส่ศิษย์ ส่งเสริมการเรียนรู้ ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี ให้บริการด้วยความเสมอภาค |
| 4. จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ | ข้อ 8 | ช่วยเหลือเกื้อกูลกันอย่างสร้างสรรค์ ยึดมั่นในระบบคุณธรรม สร้างความสามัคคีในหมู่คณะ |
| 5. จรรยาบรรณต่อสังคม | ข้อ 9 | เป็นผู้นำในการอนุรักษ์และพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม |
หมวด 1 จรรยาบรรณต่อตนเอง (1 ข้อ)
ข้อ 1 ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องมีวินัยในตนเอง พัฒนาตนเองด้านวิชาชีพ บุคลิกภาพ และวิสัยทัศน์ ให้ทันต่อการพัฒนาทางวิทยาการ เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอยู่เสมอ ครูจึงควรใช้แผนพัฒนาตนเองเป็นเครื่องมือกำกับทิศทางการเติบโตในวิชาชีพ เช่นเดียวกับที่กล่าวถึงใน id plan แผนพัฒนาตนเองรายบุคคล
หมวด 2 จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ (1 ข้อ)
ข้อ 2 ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาต้องรัก ศรัทธา ซื่อสัตย์สุจริต รับผิดชอบต่อวิชาชีพ และเป็นสมาชิกที่ดีขององค์กรวิชาชีพ หมวดนี้เชื่อมโยงโดยตรงกับการรักษาสถานะผู้มีใบประกอบวิชาชีพครู ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาตามกฎหมาย
หมวด 3 จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ (5 ข้อ)
หมวดนี้มีจำนวนข้อมากที่สุดในจรรยาบรรณวิชาชีพครู ครบ 5 หมวด 9 ข้อ ประกอบด้วย
- ข้อ 3 ต้องรัก เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือ ส่งเสริม ให้กำลังใจแก่ศิษย์และผู้รับบริการตามบทบาทหน้าที่โดยเสมอหน้า
- ข้อ 4 ต้องส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ ทักษะ และนิสัยที่ถูกต้องดีงามแก่ศิษย์ตามบทบาทหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ ด้วยความบริสุทธิ์ใจ
- ข้อ 5 ต้องประพฤติปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี ทั้งทางกาย วาจา และจิตใจ
- ข้อ 6 ต้องไม่กระทำตนเป็นปฏิปักษ์ต่อความเจริญทางกาย สติปัญญา จิตใจ อารมณ์ และสังคมของศิษย์
- ข้อ 7 ต้องให้บริการด้วยความจริงใจและเสมอภาค โดยไม่เรียกรับหรือยอมรับผลประโยชน์จากการใช้ตำแหน่งหน้าที่โดยมิชอบ
หมวดนี้สอดคล้องกับการปฏิบัติงานตามข้อตกลงพัฒนางานที่ปรากฏในแบบประเมินผลการพัฒนางานตามข้อตกลง PA ซึ่งใช้ประเมินการปฏิบัติหน้าที่ต่อศิษย์และผู้รับบริการอย่างเป็นรูปธรรม
หมวด 4 จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ (1 ข้อ)
ข้อ 8 ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาพึงช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกันอย่างสร้างสรรค์ โดยยึดมั่นในระบบคุณธรรม สร้างความสามัคคีในหมู่คณะ หมวดนี้สำคัญต่อการทำงานร่วมกันในโรงเรียน เช่น การจัดทำเอกสารร่วมกันอย่างงานธุรการประจำชั้นเรียน ที่ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างครูในสถานศึกษา
หมวด 5 จรรยาบรรณต่อสังคม (1 ข้อ)
ข้อ 9 ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาพึงประพฤติปฏิบัติตนเป็นผู้นำในการอนุรักษ์และพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา สิ่งแวดล้อม รักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม และยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ความเชื่อมโยงระหว่างจรรยาบรรณวิชาชีพครูกับมาตรฐานวิชาชีพครู
จรรยาบรรณวิชาชีพครู ครบ 5 หมวด 9 ข้อ ถือเป็นส่วนหนึ่งของ “มาตรฐานการปฏิบัติตน” ซึ่งเป็น 1 ใน 3 องค์ประกอบของมาตรฐานวิชาชีพครูตามข้อบังคับคุรุสภา ควบคู่ไปกับมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ และมาตรฐานการปฏิบัติงาน ผู้ที่จะขอรับหรือต่อใบประกอบวิชาชีพครู จำเป็นต้องยึดถือปฏิบัติตามจรรยาบรรณวิชาชีพครูทั้ง 9 ข้อนี้อย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ผู้ที่กำลังเตรียมตัวสอบเข้ารับราชการครูควรศึกษาแนวข้อสอบครูผู้ช่วย ที่มักมีเนื้อหาเรื่องจรรยาบรรณวิชาชีพครูปรากฏอยู่ในหลายภาควิชาการ
การนำจรรยาบรรณวิชาชีพครูไปใช้ในการปฏิบัติงานจริง
ในทางปฏิบัติ ครูสามารถใช้จรรยาบรรณวิชาชีพครู ครบ 5 หมวด 9 ข้อ เป็นกรอบในการประเมินตนเองผ่านการรายงานผลการปฏิบัติงาน เช่นแบบรายงานผลการปฏิบัติงานตามข้อตกลง PA หรือรายงานผลการปฏิบัติงานครู ซึ่งใช้ประกอบการพิจารณาความก้าวหน้าในวิชาชีพ นอกจากนี้ในกรณีที่ครูต้องการย้ายสถานศึกษา การประพฤติตนตามจรรยาบรรณก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ถูกพิจารณา ดังที่ปรากฏในตัวอย่างเล่มย้ายครู ที่กำหนดให้แนบประวัติการปฏิบัติงานและความประพฤติประกอบการพิจารณา
สรุป
จรรยาบรรณวิชาชีพครู ครบ 5 หมวด 9 ข้อ คือหัวใจของความเป็นครูมืออาชีพ ครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาตนเอง ความรักในวิชาชีพ การดูแลศิษย์และผู้รับบริการ การอยู่ร่วมกับเพื่อนร่วมวิชาชีพ ไปจนถึงบทบาทต่อสังคมโดยรวม การทำความเข้าใจและนำจรรยาบรรณวิชาชีพครูไปปรับใช้ในชีวิตการทำงานจริง จะช่วยเสริมสร้างเกียรติและศักดิ์ศรีของวิชาชีพครูให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาของสังคมอย่างยั่งยืน สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากบทความจรรยาบรรณวิชาชีพครู 5 ด้าน 9 ข้อ ที่ครูทุกคนต้องรู้ และข้อสอบใบประกอบวิชาชีพครู 2568 พร้อมเฉลย เพื่อเตรียมความพร้อมสอบใบประกอบวิชาชีพครู
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. จรรยาบรรณวิชาชีพครู ครบ 5 หมวด 9 ข้อ มีที่มาจากอะไร มาจากข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2556 ซึ่งออกตามพระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2556
2. จรรยาบรรณวิชาชีพครูแบ่งออกเป็นกี่หมวด อะไรบ้าง แบ่งเป็น 5 หมวด ได้แก่ จรรยาบรรณต่อตนเอง จรรยาบรรณต่อวิชาชีพ จรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ จรรยาบรรณต่อผู้ร่วมประกอบวิชาชีพ และจรรยาบรรณต่อสังคม รวมทั้งสิ้น 9 ข้อ
3. หมวดใดในจรรยาบรรณวิชาชีพครูมีจำนวนข้อมากที่สุด หมวดจรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ มีจำนวนมากที่สุดคือ 5 ข้อ (ข้อ 3 ถึงข้อ 7) เนื่องจากเกี่ยวข้องโดยตรงกับการปฏิบัติต่อศิษย์และผู้รับบริการทางการศึกษา
4. หากผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาละเมิดจรรยาบรรณวิชาชีพครูจะเป็นอย่างไร จะมีการพิจารณาโทษตามข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพ ซึ่งอาจส่งผลถึงใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู
5. จรรยาบรรณวิชาชีพครูเกี่ยวข้องกับมาตรฐานวิชาชีพครูอย่างไร จรรยาบรรณวิชาชีพครูเป็นส่วนหนึ่งของมาตรฐานการปฏิบัติตน ซึ่งเป็นหนึ่งในสามองค์ประกอบของมาตรฐานวิชาชีพครูตามข้อบังคับคุรุสภา ควบคู่กับมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ และมาตรฐานการปฏิบัติงาน
แหล่งอ้างอิง
- หอสมุดคุรุสภา – กฎหมายเกี่ยวกับวิชาชีพทางการศึกษา
- คุรุสภา – กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ข้อบังคับคุรุสภาว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพ พ.ศ. 2556 (ฉบับเต็ม)
- กระทรวงศึกษาธิการ – พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546



