วันจันทร์, พฤษภาคม 25, 2026
Google search engine
หน้าแรกข่าวการศึกษาไทยช่วยไทย พลัส 60/40 สมัครผ่านแอปฯ ถุงเงิน และธนาคารกรุงไทย ลงทะเบียน เริ่ม 25 พ.ค. 69

ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 สมัครผ่านแอปฯ ถุงเงิน และธนาคารกรุงไทย ลงทะเบียน เริ่ม 25 พ.ค. 69

advertisement

ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 สมัครผ่านแอปฯ ถุงเงิน และธนาคารกรุงไทย ลงทะเบียน เริ่ม 25 พ.ค. 69

สวัสดีค่ะวันนี้ทีมงาน ครูคูลดอทคอม มีเรื่องราวเกี่ยวกับ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 สมัครผ่านแอปฯ ถุงเงิน และธนาคารกรุงไทย ลงทะเบียน เริ่ม 25 พ.ค. 69 โดยมีรายละเอียด ดังนี้ค่ะ

advertisement

ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 สมัครผ่านแอปฯ ถุงเงิน และธนาคารกรุงไทย ลงทะเบียน เริ่ม 25 พ.ค. 69
ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สมัครผ่านแอปฯ ถุงเงิน และธนาคารกรุงไทย ลงทะเบียน เริ่ม 25 พ.ค. 69

เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง ลงทะเบียนคนละครึ่ง 2569 “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” คลิกที่นี่

advertisement

“ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เปิดลงทะเบียนประชาชน – ร้านค้า 25 พ.ค. ใช้สิทธิ 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 69

รัฐบาลเร่งช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการรายเล็กรับมือกับวิกฤตค่าครองชีพ ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบางผ่านกลไกของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ประชาชน ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้าชุมชน และธุรกิจท้องถิ่นทั่วประเทศ เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและลดภาระค่าครองชีพ ควบคู่กับการเพิ่มรายได้ให้ร้านค้า สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.18 ล้านราย ไม่ต้องลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิในโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” โดยจะได้รับเงินเพิ่มอีก 700 บาทต่อคนต่อเดือน จากเดิมที่ได้รับเดือนละ 300 บาท รวม 1,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 4 เดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน – กันยายน 2569 อีกทั้งกระทรวงการคลังจะเร่งรัดให้เปิดลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่เพื่อคัดกรองให้ผู้มีรายได้น้อยจริง ๆ ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และได้รับการช่วยเหลืออย่างตรงเป้าหมาย สำหรับประชาชนทั่วไป สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ได้ตั้งแต่วันที่ 25 – 29 พฤษภาคม 2569 เวลา 06.00 – 22.00 น. ส่วนผู้ที่เคยใช้สิทธิโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ต้องยืนยันสิทธิเพื่อเข้าร่วมโครงการ

ดาวน์โหลด แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” android คลิกที่นี่

ดาวน์โหลด แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ios คลิกที่นี่

www.ไทยช่วยไทยพลัส.th คลิกที่นี่

ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” โดยภาครัฐสนับสนุนเงินร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนดร้อยละ 60 ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน – กันยายน 2569 เงื่อนไขต้องใช้จ่ายในแต่ละเดือนให้หมดภายในเดือนนั้น ๆ ไม่สามารถสะสมไปในเดือนถัดไปได้ ส่วนร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” สามารถยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม – 30 กันยายน 2569 และร้านค้าที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการฯ ให้ลงทะเบียนผ่านสาขาธนาคารกรุงไทย ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม – 31 กรกฎาคม 2569 และสมัครเป็นร้านค้าถุงเงิน โดยต้องเป็นร้านค้าประเภท อาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และบริการขนส่งสาธารณะ สำหรับการใช้สิทธิผ่านร้านค้า ชำระเงินผ่าน G Wallet ในแอปฯ เป๋าตัง

ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00 – 23.00 น. และสั่งอาหารผ่านฟู้ดเดลิเวอรี ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00 – 21.00 น.

รายละเอียด
(23 พ.ค. 69) รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เร่งช่วยเหลือประชาชนและผู้ประกอบการรายเล็กรับมือกับวิกฤตค่าครองชีพ ผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาผลกระทบให้กับประชาชนกลุ่มเปราะบางผ่านกลไกของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ บรรเทาภาระค่าใช้จ่ายและลดภาระค่าครองชีพประชาชน ควบคู่กับการเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้าชุมชน และธุรกิจท้องถิ่นทั่วประเทศให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างต่อเนื่อง

สำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.18 ล้านราย ไม่ต้องลงทะเบียนเพื่อขอรับสิทธิในโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” โดยจะได้รับเงินเพิ่มอีก 700 บาทต่อคนต่อเดือน จากเดิมที่ได้รับเดือนละ 300 บาท รวม
1,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 4 เดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน – กันยายน 2569 ใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 โดยเงื่อนไขต้องใช้จ่ายเงิน 1,000 บาท ในแต่ละเดือนให้หมดภายในเดือนนั้น ๆ
ไม่สามารถเก็บวงเงินที่เหลือไปสะสมกับเงินที่ได้รับโอนในเดือนถัดไปได้ และเมื่อครบกำหนดวันสิ้นสุดโครงการวันที่ 30 กันยายน 2569 เงินที่เหลือในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่สามารถนำมาใช้ได้ในเดือนถัดไปได้

ขณะเดียวกันผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ยังได้รับสิทธิส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 80 บาท/คน/3 เดือน
ค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาท/คน/เดือน ค่าไฟฟ้า 315 บาท/ครัวเรือน/เดือน ค่าน้ำประปา
100 บาท/ครัวเรือน/เดือน และเบี้ยความพิการเพิ่มเติม 200 บาท/เดือน ให้แก่คนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการและได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อเป็นการช่วยเหลือและบรรเทาภาระค่าครองชีพจากวิกฤตพลังงานที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อกำลังซื้อของกลุ่มผู้มีรายได้น้อยซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง
นอกจากนี้กระทรวงการคลังจะเร่งรัดให้เปิดลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่เพื่อคัดกรองให้ผู้มีรายได้น้อยจริง ๆ ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และได้รับการช่วยเหลืออย่างตรงเป้าหมาย

ดาวน์โหลด แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” android คลิกที่นี่

ดาวน์โหลด แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ios คลิกที่นี่

www.ไทยช่วยไทยพลัส.th คลิกที่นี่

คุณสมบัติผู้สมัครเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40”
เป็นผู้มีสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน มีบัตรประจำตัวประชาชน ไม่เป็น
ผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่งในอดีต ได้แก่ (1) โครงการคนละครึ่ง (2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 (4) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 และ (6) โครงการคนละครึ่ง พลัส และจะต้องไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2569

วิธีลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” สำหรับประชาชนทั่วไป
เริ่มลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 25 – 29 พฤษภาคม 2569 เวลา 06.00 – 22.00 น. จนกว่าจะครบจำนวน 30 ล้านสิทธิ หรือถึงปิดลงทะเบียนวันสุดท้ายในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 แล้วแต่เกณฑ์ใดจะถึงก่อน

  • ประชาชนที่เคยใช้สิทธิโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” จะต้องยืนยันสิทธิเพื่อเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”
  • ประชาชนที่ไม่เคยใช้สิทธิโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” จะต้องลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เมื่อลงทะเบียนแล้วเสร็จ จะได้รับข้อความผ่านแอปพลิเคชัน
    “เป๋าตัง” และ SMS ภายใน 3 วัน หลังทราบผลว่าได้รับสิทธิ ให้สมัครใช้งาน G Wallet และเติมเงิน เพื่อใช้จ่าย
    การใช้จ่าย ภาครัฐสนับสนุนเงินร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนด ในอัตราร้อยละ 60 ไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ตั้งแต่เดือนมิถุนายน – กันยายน 2569 (4 เดือน)
    ใช้สิทธิตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00 – 23.00 น. เงื่อนไขต้องใช้จ่ายในแต่ละเดือนให้หมดภายในเดือนนั้น ๆ ไม่สามารถสะสมไปในเดือนถัดไปได้

วิธีลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” สำหรับร้านค้า

  • ร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” สามารถยืนยันสิทธิเข้าร่วมโครงการผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม – 30 กันยายน 2569
  • ร้านค้าที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” สามารถลงทะเบียนผ่านสาขาธนาคารกรุงไทย
    ได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม – 31 กรกฎาคม 2569 โดยจะต้องมีบัญชีธนาคารกรุงไทย สมัครเป็นร้านค้าถุงเงินผ่าน www.ถุงเงินกรุงไทย.com

และดาวน์โหลด/อัปเดตแอปฯ ถุงเงินเป็นเวอร์ชันล่าสุด ตรวจสอบประเภทกิจการและดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัคร ไปยื่นสมัครกับหน่วยงาน นำเอกสารที่ได้รับการยืนยันแล้ว มายื่นสมัครเข้าร่วมโครงการ ณ จุดให้บริการกรุงไทย จากนั้นร้านค้าจะได้รับผลพิจารณาผ่าน SMS เมื่อผ่านเข้าร่วมโครงการ แบนเนอร์ไทยช่วยไทยพลัส จะปรากฏบนแอปฯ ถุงเงิน กดยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขโครงการ เพื่อรับชำระค่าสินค้าและบริการจากประชาชน ทั้งนี้ จะต้องเป็นร้านค้าประเภท อาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป และบริการขนส่งสาธารณะ โดยไม่รวมสินค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ บัตรกำนัล บัตรเงินสด และบริการรูปแบบอื่น ๆ ที่เป็นการชำระค่าสินค้า หรือบริการล่วงหน้า รวมถึงร้านนวด สปา ร้านทำเล็บ และร้านทำผม

อีกทั้ง ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ยังจะได้รับการพัฒนาความรู้และทักษะ
ที่จำเป็น ผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” โดยการนำปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เข้ามาวิเคราะห์ธุรกิจ เช่น การบริหารจัดการต้นทุน การบริหารจัดการสินค้าคงคลังและสภาพคล่องหมุนเวียน การวิเคราะห์ยอดขายตามช่วงเวลา เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านค้าได้เรียนรู้ทักษะใหม่และเพิ่มทักษะที่จำเป็นต่อธุรกิจ ซึ่งเป็นการสนับสนุนการเข้าถึงองค์ความรู้และเทคโนโลยี สนับสนุนการจัดเก็บข้อมูลรายได้รายจ่ายเพื่อใช้ประกอบการเข้าถึงแหล่งเงินทุนต่อไปได้

ดาวน์โหลด แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” android คลิกที่นี่

ดาวน์โหลด แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ios คลิกที่นี่

www.ไทยช่วยไทยพลัส.th คลิกที่นี่

ขั้นตอนการใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40”

  • ใช้จ่ายผ่านร้านค้า: ชำระเงินผ่าน G Wallet ในแอปฯ เป๋าตังได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00 – 23.00 น.
  • สั่งอาหารผ่านฟู้ดเดลิเวอรี: แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่ร่วมโครงการ และชำระเงินผ่าน G Wallet
    ในแอปฯ เป๋าตัง ได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00 – 21.00 น. เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าและบริการได้ง่ายขึ้น และช่วยเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ให้ร้านค้า
    โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” จึงเป็นอีกหนึ่งมาตรการสำคัญของรัฐบาลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศ ผ่านการสนับสนุนการใช้จ่ายระหว่างภาครัฐ ประชาชน และผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนลงสู่เศรษฐกิจฐานรากอย่างทั่วถึง และช่วยพยุงกำลังซื้อของประชาชนในช่วงฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงขอเชิญชวนประชาชน ร้านค้าทั่วประเทศ เข้าร่วมโครงการ เพื่อกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจสู่ร้านค้ารายเล็กและบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน

ดาวน์โหลด แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” android คลิกที่นี่

ดาวน์โหลด แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ios คลิกที่นี่

www.ไทยช่วยไทยพลัส.th คลิกที่นี่

ขอบคุณข้อมูลจาก กรมประชาสัมพันธ์

เรื่องราวที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม วิธีลงทะเบียน ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 สมัครผ่านแอปฯ ถุงเงิน และธนาคารกรุงไทย คลิกที่นี่

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับไทยช่วยไทย พลัส 60/40 สมัครผ่านแอปฯ ถุงเงิน และธนาคารกรุงไทย ลงทะเบียน เริ่ม 25 พ.ค. 69 หวังว่าจะมีประโยชน์กับทุกท่านนะคะ

ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 สมัครผ่านแอปฯ ถุงเงิน และธนาคารกรุงไทย ลงทะเบียน เริ่ม 25 พ.ค. 69
ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 สมัครผ่านแอปฯ ถุงเงิน และธนาคารกรุงไทย ลงทะเบียน เริ่ม 25 พ.ค. 69

ไทยช่วยไทย พลัส 60/40: รับเงิน 4,000 บาท ลงทะเบียน เงื่อนไข วิธีใช้สิทธิ์ครบจบที่นี่


ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 คืออะไร?

โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เป็นนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของรัฐบาลไทย ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 โดยมีแนวคิดหลักคือ “รัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่ายเพียง 40%” เพื่อลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชนทั่วประเทศ ควบคู่กับการเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการรายย่อยในชุมชน

โครงการนี้ถือเป็น “คนละครึ่งเวอร์ชันใหม่” ที่อัปเกรดหลักการให้รัฐรับภาระมากขึ้น โดยประชาชนที่ได้รับสิทธิ์จะมีวงเงินรวม 4,000 บาทต่อคน แบ่งจ่ายเดือนละ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 4 เดือน ซึ่งสามารถนำไปใช้ซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนด ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ที่ร้านค้าเข้าร่วมโครงการ

สำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่มีรายได้ประจำและไม่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถยื่นสิทธิ์เข้าร่วมโครงการนี้ได้ เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้อีกทางหนึ่ง


สรุปสาระสำคัญโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40

รายการ รายละเอียด
ชื่อโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส (60/40)
วันลงทะเบียนประชาชน 25–29 พฤษภาคม 2569 (06.00–22.00 น.)
ระยะเวลาใช้สิทธิ์ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 (06.00–23.00 น.)
วงเงินสิทธิ์ 1,000 บาท/คน/เดือน รวม 4,000 บาท/คน
สัดส่วนการจ่าย รัฐจ่าย 60% / ประชาชนจ่าย 40%
แอปพลิเคชันที่ใช้ เป๋าตัง (ประชาชน) / ถุงเงิน (ร้านค้า)
กลุ่มเป้าหมาย ประชาชนสัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป สูงสุด 30 ล้านคน

คุณสมบัติผู้มีสิทธิ์ลงทะเบียนไทยช่วยไทย พลัส 60/40

1. ต้องมีสัญชาติไทย ผู้ลงทะเบียนต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย และมีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน พร้อมมีบัตรประจำตัวประชาชนที่ยังไม่หมดอายุ

2. ไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 จะไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เนื่องจากกลุ่มนี้จะได้รับสวัสดิการในส่วนอื่นแยกต่างหาก

3. ไม่เคยถูกระงับสิทธิ์ในโครงการคนละครึ่ง ผู้ที่เคยถูกระงับสิทธิ์หรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่งระยะที่ 1–5 และโครงการคนละครึ่ง พลัส จะไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการนี้ ทั้งนี้ ผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการดังกล่าวโดยไม่มีการถูกระงับสิทธิ์ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมได้

สำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถลงทะเบียนโครงการนี้ได้ตามปกติ เพราะไม่มีข้อกำหนดห้ามกลุ่มที่มีรายได้ประจำ


วิธีลงทะเบียนไทยช่วยไทย พลัส 60/40 สำหรับประชาชน

ขั้นตอนที่ 1: เปิดแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เข้าสู่แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” บนสมาร์ทโฟน ทั้ง iOS และ Android จากนั้นมองหาแบนเนอร์โครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” บนหน้าหลักของแอป

ขั้นตอนที่ 2: อ่านเงื่อนไขและกดลงทะเบียน อ่านรายละเอียดและเงื่อนไขโครงการอย่างละเอียด จากนั้นกดปุ่ม “ลงทะเบียน” เพื่อยืนยันการเข้าร่วมโครงการ (ต้องลงทะเบียนใหม่ทุกคน แม้จะเคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งมาก่อน)

ขั้นตอนที่ 3: ยืนยันสิทธิ์สำเร็จ ระบบจะแสดงข้อความยืนยันการได้รับสิทธิ์ พร้อมวันที่เริ่มต้นสามารถใช้สิทธิ์โครงการได้ กดปุ่ม “ตกลง” เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการลงทะเบียน

หมายเหตุ: เปิดรับลงทะเบียนวันที่ 25–29 พฤษภาคม 2569 เวลา 06.00–22.00 น. จนกว่าจะครบจำนวน 30 ล้านคน


วิธีใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทย พลัส 60/40

เมื่อลงทะเบียนสำเร็จแล้ว ประชาชนสามารถใช้สิทธิ์ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569 เวลา 06.00–23.00 น. ผ่านช่องทางดังนี้

ซื้อที่ร้านค้าโดยตรง ใช้แอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” สแกน QR Code ที่ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ โดยระบบจะคำนวณอัตโนมัติว่ารัฐจ่าย 60% และผู้ใช้สิทธิ์จ่าย 40% เช่น ซื้อสินค้า 100 บาท รัฐจ่าย 60 บาท ผู้ใช้จ่ายเพียง 40 บาท

สั่งอาหารผ่าน Food Delivery สามารถใช้สิทธิ์สั่งอาหารและเครื่องดื่มผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการ ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” ได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน – 30 กันยายน 2569

ข้อควรทราบเรื่องวงเงิน วงเงินสิทธิ์ที่เหลือในเดือนใดจะไม่ทบไปเดือนถัดไป ดังนั้นควรใช้สิทธิ์ให้ครบ 1,000 บาทในแต่ละเดือน เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากโครงการ

ครูที่สนใจเรื่องการวางแผนการเงินและสวัสดิการ ควรติดตามข้อมูลโครงการอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่พลาดสิทธิ์


ร้านค้าประเภทใดเข้าร่วมโครงการได้บ้าง?

รัฐบาลกำหนดให้ร้านค้าที่สามารถเข้าร่วม โครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ได้ จะต้องเป็นผู้ประกอบการรายย่อยที่มีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 โดยประเภทร้านค้าที่เข้าร่วมได้ ได้แก่

  • ร้านอาหารและเครื่องดื่ม
  • ร้านขายสินค้าทั่วไป
  • ร้านธงฟ้า วิสาหกิจชุมชน กองทุนหมู่บ้าน และร้านค้าชุมชน
  • ผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ
  • นิติบุคคลขนาดเล็กที่มีรายได้ไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด

ร้านที่ไม่สามารถเข้าร่วมได้ ได้แก่ ร้านสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์รายใหญ่ รวมถึงร้านทำผม ร้านนวด และร้านสปา เนื่องจากโครงการนี้มุ่งเน้นช่วยค่าครองชีพสินค้าจำเป็น

บุคลากรการศึกษาที่มีร้านค้าเสริม ก็สามารถนำร้านค้าของตนเข้าร่วมโครงการได้หากผ่านคุณสมบัติ


วิธีลงทะเบียนสำหรับร้านค้า

ร้านค้าสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม – 31 กรกฎาคม 2569 โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม

กลุ่มที่ 1: ร้านค้าที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ เพียงเปิดแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” กดยืนยันสิทธิ์และยอมรับเงื่อนไขโครงการได้ทันที

กลุ่มที่ 2: ร้านค้าที่มีแอป “ถุงเงิน” อยู่แล้ว แต่ไม่เคยเข้าร่วมคนละครึ่ง พลัส ลงทะเบียนผ่านแอปฯ “ถุงเงิน” โดยตรง ระบบจะพิจารณาคุณสมบัติและส่ง SMS แจ้งผล

กลุ่มที่ 3: ร้านค้าที่ยังไม่มีแอป “ถุงเงิน” ลงทะเบียนผ่านจุดตั้งบูธของกระทรวงมหาดไทยร่วมกับธนาคารกรุงไทย หรือที่สาขาธนาคารกรุงไทยทุกสาขาทั่วประเทศ


ความแตกต่างระหว่างไทยช่วยไทย พลัส 60/40 และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ภายใต้กรอบ “ไทยช่วยไทย พลัส” รัฐบาลแบ่งโครงการออกเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และกลุ่มไทยช่วยไทย พลัส 60/40 สำหรับประชาชนทั่วไป

หัวข้อ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
กลุ่มเป้าหมาย ประชาชนทั่วไป (ไม่มีบัตรคนจน) ผู้มีรายได้น้อย (มีบัตรสวัสดิการ)
วงเงิน 4,000 บาท (1,000 บาท/เดือน) เติมเงินเพิ่มเติมตามสิทธิ์บัตร
สัดส่วนจ่าย รัฐ 60% / ประชาชน 40% รัฐจ่ายทั้งหมด
การลงทะเบียน แอปฯ เป๋าตัง แอปฯ เป๋าตัง / ทางรัฐ

ครูและบุคลากรการศึกษา ที่ไม่ได้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะอยู่ในกลุ่มโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 โดยอัตโนมัติ


เคล็ดลับใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ให้คุ้มที่สุด

1. วางแผนการใช้จ่ายล่วงหน้า เนื่องจากวงเงินไม่ทบเดือน ควรวางแผนใช้จ่ายค่าอาหารและสินค้าจำเป็นผ่านร้านค้าในโครงการให้ครบ 1,000 บาทต่อเดือน การวางแผนการเงินสำหรับครู เป็นทักษะสำคัญที่ช่วยให้ใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคง

2. ตรวจสอบร้านค้าในโครงการ ก่อนออกไปซื้อของ ตรวจสอบร้านค้าในโครงการผ่านแอปฯ เป๋าตัง หรือเว็บไซต์ www.ไทยช่วยไทยพลัส.th เพื่อไม่ให้พลาดร้านค้าใกล้บ้านที่เข้าร่วม

3. ใช้สิทธิ์ Food Delivery ได้ตั้งแต่ 15 มิ.ย. สำหรับผู้ที่ต้องการสั่งอาหารผ่าน Delivery สามารถเริ่มใช้สิทธิ์ในส่วนนี้ได้ตั้งแต่ 15 มิถุนายน 2569 ซึ่งสะดวกมากสำหรับครูที่มีภาระงานยุ่ง

4. ลงทะเบียนให้ทันภายในเวลาที่กำหนด โครงการเปิดรับเพียง 30 ล้านคน หากลงทะเบียนช้าอาจเต็มก่อนหมดกำหนด ควรลงทะเบียนให้เร็วที่สุดในช่วง 25–29 พฤษภาคม 2569


ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เชื่อมกับโครงการอื่นอย่างไร?

ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ออกแบบมาให้ทำงานคู่ขนานกับโครงการอื่น ๆ ของรัฐบาล ได้แก่

  • คนละครึ่ง พลัส (สำหรับกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีรายได้สูงกว่า มีสัดส่วน 50/50)
  • บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 (สำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย 13.18 ล้านราย)
  • โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ผ่านร้านธงฟ้าและวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศ

รัฐบาลตั้งเป้าให้ทั้ง 3 โครงการครอบคลุมประชาชนรวมกันกว่า 43 ล้านคน ทั่วประเทศ และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฐานรากอย่างทั่วถึง

สำหรับครูและบุคลากรการศึกษาที่สนใจข้อมูลสวัสดิการ ควรติดตามอัปเดตข่าวสารเพื่อไม่พลาดสิทธิ์และประโยชน์ที่รัฐบาลจัดให้


แหล่งข้อมูลอ้างอิงภายนอก


FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไทยช่วยไทย พลัส 60/40

Q1: ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 แตกต่างจากคนละครึ่งอย่างไร? A: โครงการ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 มีสัดส่วนที่รัฐจ่ายมากกว่า กล่าวคือ รัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่ายเพียง 40% ต่างจากคนละครึ่งเดิมที่รัฐและประชาชนจ่ายคนละครึ่ง (50/50) นอกจากนี้ยังมีเงื่อนไขด้านร้านค้าที่เน้นสินค้าจำเป็นมากขึ้น และไม่รวมร้านทำผม ร้านนวด ร้านสปา

Q2: ครูและข้าราชการมีสิทธิ์ลงทะเบียนไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ไหม? A: ได้ เนื่องจากโครงการนี้ไม่มีข้อกำหนดเรื่องอาชีพหรือระดับรายได้ ขอเพียงเป็นผู้มีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป และไม่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็มีสิทธิ์ลงทะเบียนได้ ข้าราชการครู ส่วนใหญ่จึงสามารถเข้าร่วมโครงการนี้ได้

Q3: หากลงทะเบียนไม่ทันช่วง 25–29 พ.ค. จะมีการเปิดรอบใหม่ไหม? A: ขณะนี้รัฐบาลกำหนดให้ลงทะเบียนในช่วง 25–29 พฤษภาคม 2569 สำหรับประชาชน หากเต็มก่อนก็จะปิดรับก่อนกำหนด ส่วนการเปิดรอบเพิ่มเติมยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ ควรติดตามข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการของกระทรวงการคลัง

Q4: วงเงิน 1,000 บาทต่อเดือนใช้ซื้ออะไรได้บ้าง? A: ใช้ซื้อ อาหาร เครื่องดื่ม สินค้าทั่วไป รวมถึงบริการขนส่งสาธารณะที่เข้าร่วมโครงการ นอกจากนี้ยังสามารถสั่งอาหารผ่าน Food Delivery Platform ที่ได้รับการอนุมัติ อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถใช้กับร้านทำผม ร้านนวด ร้านสปา หรือร้านสะดวกซื้อเชนรายใหญ่ได้

Q5: ถ้าวงเงินเหลือในเดือนนี้ จะนำไปใช้เดือนหน้าได้ไหม? A: ไม่ได้ วงเงินที่เหลือในแต่ละเดือนจะไม่ทบไปเดือนถัดไป ดังนั้นควรวางแผนการใช้จ่ายและใช้สิทธิ์ให้ครบ 1,000 บาทในทุก ๆ เดือน เพื่อให้ได้รับสิทธิ์ประโยชน์สูงสุดจากโครงการ ไทยช่วยไทย พลัส 60/40


อัปเดตล่าสุด: พฤษภาคม 2569 | ข้อมูลจากกระทรวงการคลัง และกรมบัญชีกลาง

RELATED ARTICLES
- Advertisment -
Google search engine

Most Popular

Recent Comments